เบอร์เกอร์ไส้โคขุน

5,กุมภาพันธ์ 2012
Share on Twitter

เบอร์เกอร์ไส้โคขุน

สายสิริ ศิวะสกุล ผู้จัดการแฟรนไชส์ “Casper burger” เล่าว่า ต้นคิดของเบอร์เกอร์สีดำมาจาก “ภัทรา สหวัฒน์” เจ้าของธุรกิจ “แมนชั่น 7” สถานที่ท่องเที่ยวแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องราวความสยองขวัญ ซึ่งภายในพยายามจะรวบรวมสินค้า บริการหรือร้านอาหาร ที่มีไอเดียสอดคล้องเข้ากันได้ดีกับสถานที่

“แนวคิดแรกของคุณก้อย (ชื่อเล่นของภัทรา สหวัฒน์) อยากจะนำเนื้อโคขุน ซึ่งเป็นเนื้อชั้นดีและกำลังได้รับความนิยม มาประยุกต์ทำเป็นเมนูแปลกใหม่ ที่ในท้องตลาดยังไม่มีมาก่อน จึงนึกถึงการทำเป็นเนื้อสำหรับใส่ในเบอร์เกอร์ไส้โคขุน เนื่องจากเป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตของวัยรุ่นไทย ขณะเดียวกัน วัยรุ่นยังเป็นลูกค้าหลักที่เข้ามาใช้บริการในแมนชั่น 7” สายสิริ อธิบาย และเสริมต่อว่า

“เพื่อจะให้เป็นเบอร์เกอร์ไส้โคขุนที่มีคอนเส็ปต์สอดคล้องกับสถานที่ด้วย คุณก้อยได้ออกไอเดียอีกว่า ควรจะทำขนมปังเป็นสีดำ โดยใช้วิธีนำ “ดีปลาหมึก” ผสมเข้ากับแป้งขนมปัง นอกจากจะทำให้ได้ขนมปังสีดำแล้ว ดีปลาหมึกยังมีส่วนช่วยให้ขนมปังมีรสหวานหอมยิ่งขึ้น โดยจะทำขนมปังแบบโฮมเมด ชิ้นต่อชิ้น เพื่อให้ได้เนื้อขนมปังนุ่มเนียน ซึ่งสูตร และวิธีทำทั้งหมด ทีมงานของเราช่วยกันพัฒนาขึ้นเอง” ผู้บริหารร้าน อธิบาย

เบอร์เกอร์ไส้โคขุน

อีกจุดเด่นของ “Casper burger” คือ พยายามพัฒนาอาหารจานด่วนแบบตะวันตกที่คนจำนวนไม่น้อย ระบุว่าคุณประโยชน์ต่ำ ด้วยการปรับสูตรให้เป็นเมนูใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น โดยคัดสรรใช้วัตถุดิบเกรดเอทั้งหมด มีทั้งนำเข้าและในประเทศ ส่วนเนื้อที่ใช้ นอกจากโคขุนแล้ว ยังมีเนื้อหมูดำคูโรบูตะ อีกทั้ง เบอร์เกอร์ไส้โคขุนแต่ละชิ้นจะใส่ผักมากกว่าแบบต้นตำรับ ทอดในน้ำมันใหม่สะอาด เป็นต้น

ร้าน “Casper burger” เริ่มเปิดบริการตั้งแต่เดือนกันยายน 2554 ในแมนชั่น 7 ถนนรัชดาภิเษก ตกแต่งร้านเน้นสไตล์อเมริกาย้อนยุคช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีเมนูอาหารประมาณ 20 รายการ เช่น เบอร์เกอร์ไส้โคขุน เบอร์เกอร์ดำหมูดำ ชิกเก้นนักเก็ต มันฝรั่งทอดชีส และเฟรนช์ฟราย เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีบริการเครื่องดื่ม ทั้งน้ำหวาน กาแฟ และขนมหวานอย่างวอลเฟิล และไอศกรีม เป็นต้น

ส่วนระดับราคา กำหนดที่ระดับกลางบน เช่น เบอร์เกอร์ไส้โคขุนชิ้นละ 67-97 บาท ยอดขายโดยเฉลี่ยเฉพาะส่วนของเบอร์เกอร์ ประมาณ 100 ชิ้นต่อวัน กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ คือ วัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนคนวัยทำงาน

สายสิริ เผยด้วยว่า แผนธุรกิจในปีนี้ (2555) จะมีการเพิ่มเติมเมนูให้หลากหลายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มไก่ทอดต่างๆ อีกทั้ง เตรียมจะขยายสาขา ทั้งด้วยตัวเอง ควบคู่กับเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาเป็นหุ้นส่วนแฟรนไชส์

เบอร์เกอร์ไส้โคขุน

สำหรับรูปแบบการลงทุนแฟรนไชส์ มี 2 ลักษณะ คือ 1.แบบร้าน เนื้อที่ 70-120 ตารางวา มูลค่าการตกแต่งและอุปกรณ์ 1-3 ล้านบาท (แล้วแต่ขนาดร้าน) และ 2.แบบคีออสก์ มูลค่า 5 แสนบาท โดยทั้งสองรูปแบบ มีการเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ 3.5 แสนบาท อายุสัญญาแฟรนไชส์ 3 ปี มีเงื่อนไขสำคัญต้องรับวัตถุดิบหลักจากบริษัทแม่ ได้แก่ ขนมปัง และเนื้อสัตว์สำหรับใส่เบอร์เกอร์ไส้โคขุน ส่วนวัตถุดิบพื้นฐานอื่นๆ จะระบุให้ซื้อตามลักษณะที่กำหนด

ทั้งนี้ กำไรโดยเฉลี่ยต่อหน่วย หักเฉพาะค่าต้นทุนวัตถุดิบ อยู่ที่ประมาณ 50% ส่วนระยะเวลาคืนทุน จะแตกต่างกันไปตามแต่รูปแบบการลงทุน และทำเลที่ตั้ง ทว่า โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 ปี

ผู้จัดการแฟรนไชส์ เสริมต่อว่า เงื่อนไขส่วนรายละเอียดต่างๆ ในการร่วมเป็นหุ้นส่วนธุรกิจของแต่ละรายจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เช่น ศักยภาพของทำเล ความพร้อมด้านเงินลงทุน และบุคลากร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบริษัทแม่ มีแผนจะช่วยเหลือสาขาแฟรนไชส์ ด้วยการทำตลาดในภาพใหญ่ เช่น ลงสื่อโฆษณา ออกงานแสดงสินค้า เพื่อแนะนำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก นอกจากนั้น การคัดเลือกผู้มาร่วมแฟรนไชส์ จะต้องเป็นผู้มีความพร้อมจริงๆ โดยยึดคุณภาพมาก่อนปริมาณ ทั้งนี้ ตั้งเป้าการขยายสาขา ทั้งด้วยตัวเอง กับสาขาแฟรนไชส์ ประมาณ 1 สาขาต่อเดือน

โทร.08-2345-5465 หรือ www.casperburger.com

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์

Leave a Reply

Your email address will not be published.